สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ในฉบับนี้เราจะมาดูกันว่าการสมัครสอบ Preliminary Exam ของ SOA นั้นสามารถทำได้ด้วยวิธีใดบ้าง แต่ละวิชามีรายละเอียดอย่างไร และรวมถึงเทคนิคในการเตรียมตัวสอบที่ผู้เขียนได้รวบรวมและเรียบเรียงมาครับ สำหรับรายละเอียดของข้อสอบแต่ละตัวก็สามารถสรุปได้ตารางดังต่อไปนี้ครับ

 

ข้อสอบ

เนื้อหา

จำนวนข้อ

 ค่าสมัคร

เวลา

วิธีการ

เกณฑ์ขั้นต่ำ***

ความถี่ในการจัดสอบ

P

Probability

30 ข้อ

175 USD

3 ชั่วโมง

CBT**

63%

6 ครั้งต่อปี

FM

Financial Mathematics

30 ข้อ

175 USD

3 ชั่วโมง

CBT

70%

4 ครั้งต่อปี

MLC

Life Contingencies

30 ข้อ

300 USD

3 ชั่วโมง

Paper**

63%

เดือน 5,11

MFE*

Financial Economics

25 ข้อ

150 USD

2.5 ชั่วโมง

Paper

60%

เดือน 5,11

C*

Construction & Evaluation of Actuarial Models

35 ข้อ

375 USD

3.5 ชั่วโมง

Paper

55%

เดือน 5,11

            *Exam MFE และ Exam C ได้ปรับเปลี่ยนรายละเอียดการสอบดังตารางตั้งแต่ Fall 2009 เป็นต้นไป แต่ก่อน Exam MFE จะมี 20 ข้อ 2 ชั่วโมง ส่วน Exam C จะมี 40 ข้อ 4 ชั่วโมงซึ่งเป็นไปได้ว่าจะเปิดถี่ขึ้น

            **CBT คือการสอบด้วยคอมพิวเตอร์ สำหรับประเทศไทยจะสอบที่ตึกมณียา(ที่เดียวกับที่สอบ TOEFL) ที่เซ็นทรัลชิดลม ส่วน Paper คือการสอบด้วยการฝนในกระดาษคำตอบ สำหรับประเทศไทยจะสอบที่บริษัทมิตรแท้ประกันภัย อยู่ใกล้ๆกับตลาดสามย่าน

            *** เกณฑ์ขั้นต่ำที่แสดงในตารางเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำของการสอบเดือนพฤศจิกายน 2008 ในแต่ละปีจะไม่เท่ากันเป๊ะๆขึ้นอยู่กับความยากของข้อสอบในรอบนั้น แต่ก็มักจะไม่ต่างกันเท่าไรนัก

            ****ลักษณะของ Preliminary exam เป็นแบบเลือกตอบ แต่ละคำถามจะมี 5 ตัวเลือก

            หลัง จากที่เราได้เห็นรายละเอียดของ Preliminary Exam แต่ละข้อสอบแล้วเรามาดูกันครับว่าถ้าหากว่าผู้อ่านสนใจที่จะสมัครสอบจะต้อง ทำอย่างไรกันบ้างครับ

วิธีการสมัครสอบ

            สำหรับวิธีในการสมัครสอบ SOA ให้ไปที่หน้าสมัครสอบนี้ ครับ จากนั้นก็เลือกข้อสอบที่จะสมัครและสมัครสอบ online ได้เลยครับ หรือผู้สอบอาจจะดาวน์โหลดใบสมัครมากรอกแล้วจึง scan แนบเมลล์ส่งไป ซึ่งทั้งสองวิธีใช้วิธีชำระค่าสอบผ่านทาง credit card ครับ (2 วิธีนี้เป็นวิธียอดนิยมที่ผู้สอบใช้กันอยู่) ซึ่งนอกจาก 2 วิธีข้างต้นแล้วยังสามารถสมัครทางจดหมายหรือแฟกซ์ก็ได้ครับ แต่ว่าไม่แนะนำเนื่องจากต้องใช้เวลารอนานกว่าจะได้รับการตอบรับจาก SOA ครับ

Discount Program

            สำหรับ ผู้ที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่หรือว่ายังไม่ได้ทำงานในบริษัทที่ support ในเรื่องของค่าสอบ ทางเราจะขอแนะนำให้สมัครหรือดูรายละเอียดของ Discount Program ได้ครับ Discount Program เป็นโครงการที่จะลดราคาค่าสอบให้กับผู้สอบที่อาศัยอยู่ในบางประเทศที่เข้า ร่วมโครงการ รวมถึงประเทศไทย หลังจากที่ได้รับการตอบรับจากทาง SOA เราจะได้รับข่าวสารต่างๆอย่างต่อเนื่องเลยครับ ทั้งส่วนลดค่าหนังสือ ส่วนลดค่าสอบ รวมถึงยังเป็นการเตือนเราด้วยว่าในรอบนั้นๆ จะมีการสอบแล้ว

            โดย ทั่วไปแล้วทาง SOA จะเปิดรับสมัครสอบก่อนวันสอบประมาณ 1-2 เดือนครับ ผู้สอบควรจะเข้าไปตรวจสอบวัน deadline สำหรับการรับสมัครของการสอบนั้นๆ ที่ www.soa.org ก่อนประมาณ 1-2 เดือนครับ เพื่อความมั่นใจว่าเราจะสามารถสมัครสอบได้ทันเวลาท่วงที หลังจากที่คุยกันเรื่องการสมัครสอบแล้ว ในส่วนถัดไปจะเป็นเรื่องของเทคนิคในการเตรียมตัวสอบ Preliminary exam ครับ

20 TIPS TO BEAT PRELIM EXAMS

            1. ทำข้อสอบเก่าให้ได้มากที่สุด ทั้งข้อสอบเก่าที่สามารถดาวน์โหลดจากเว็บและข้อสอบในหนังสือเตรียมตัวสอบ ถึงแม้ว่าในปีหลังๆนี้ข้อสอบมักจะไม่เหมือนกับข้อสอบเก่า แต่ว่าการทำข้อสอบเก่าจะช่วยเพิ่มความมั่นใจและความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ โจทย์ได้ครับ

            2. กรณีที่เป็นข้อสอบปรนัยให้ทำข้อสอบทุกข้อ อย่าเว้นไว้ครับ เพราะว่าการสอบ SOA ไม่มีการติดลบคะแนนสำหรับข้อที่ตอบผิดเพราะฉะนั้นเมื่อเวลาสอบใกล้จะหมดก็ นับจำนวน choice แล้วดูว่า choice ไหนที่เรากาไปน้อยๆ แล้วก็ทิ้งดิ่ง choice นั้นเลยครับ แหะๆ (จากประสบการณ์ การมั่วแบบดิ่งมักจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการมั่วแบบซิกแซ็ก)

            3. บริหารจัดการเวลาให้ดีตั้งแต่ก่อนสอบเลยครับ ควรจะวางแผนว่าจะสอบข้อสอบตัวไหนเมื่อไหร่แล้ววางแผนล่วงหน้าทั้งในการอ่าน หนังสือและการทำข้อสอบเก่าถ้าให้ดีวางแผนเป็นรายอาทิตย์เลยครับ นอกจากนั้นยังควรเผื่อเวลาสักอาทิตย์ สองอาทิตย์เผื่อไว้สำหรับกรณีที่ไม่สามารถทำตามแผนได้ครับ

            4. ควรจัดตารางโดยคำนึงถึงเวลาในการพักผ่อนด้วยครับ การวางแผนไม่ควรวางตารางให้แน่นเสียจนเกินไป ควรเผื่อเวลาในการพักผ่อนและผ่อนคลายด้วยครับ ถ้าหากว่าทำไม่ได้ตามแผนแล้วนอกจากจะทำให้ตัวเราเองเสียกำลังใจบางทีอาจจะทำ ให้เราเร่งจนข้ามประเด็นสำคัญไปได้ครับ ในความเห็นส่วนตัวการอ่านหนังสือต่อเนื่อง 4 ชั่วโมงให้ประสิทธิผลน้อยกว่าการอ่านหนังสือ 1 ชั่วโมงครึ่งแล้วพักครึ่งชั่วโมงแล้วค่อยอ่านหนังสือต่อเยอะครับ

            5. คาดเดาล่วงหน้าว่าข้อสอบครั้งนี้เนื้อหาแต่ละส่วนจะมีสัดส่วนอย่างไร โดยให้ไปดูสัดส่วนของเนื้อหาทั้งจากข้อสอบเก่าและหนังสือเตรียมสอบ เอามาทำเป็นสถิติของจำนวนข้อ ทั้งนี้สัดส่วนของเนื้อหากับข้อสอบมักจะไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ในแต่ละปีครับ การคาดเดาโครงสร้างของข้อสอบจะทำให้เราไม่ตื่นตระหนกจนเกินไปเมื่อเข้าไปเจอ ข้อสอบจริงในห้องสอบครับ

            6. Tips สำหรับคนที่อ่านหนังสือไม่ทันจริงๆนะครับ ให้เอาสัดส่วนเนื้อหาจากข้อข้างบนมาดู บทไหนที่ออกน้อยๆทุกปีและเป็นบทอิสระ คือไม่ได้เป็นบทที่ต้องนำไปใช้ต่อในส่วนอื่นๆ ก็ข้ามได้เลยครับ จากประสบการณ์ FM, MFE และ C จะมีบทอิสระเยอะ แต่ P กับ MLC จะไม่ค่อยมีบทอิสระ

            7. ควรจะทำสรุปเนื้อหาและสูตรเป็นของตนเอง ถ้าให้ดีควรจะเขียนด้วยลายมือของตัวเองเพราะจะช่วยให้จำได้ดีมากเลยครับอัน นี้เป็นประสบการณ์ตรงของผู้เขียนเลยครับ นอกจากนั้นควรเขียนแยกเป็นสรุปสองเล่ม เล่มหนึ่งเป็นเนื้อหาซึ่งจะเป็นเล่มที่หนาหน่อย อีกเล่มหนึ่งเป็นสูตรโดยเฉพาะ ควรทำสรุปเสร็จก่อนสอบอย่างน้อย 2 อาทิตย์ แล้วก็เอาเล่มแรกที่เป็นเนื้อหามาอ่าน(แทนหนังสือ) แล้วก็ก่อนสอบสัก 3 วันก็เอาสรุปเล่มสูตรมาอ่าน พอถึงเวลาก่อนสอบก็ทวนเฉพาะเล่มสูตร จากนั้นก็เข้าสอบฉลุยครับ ^^

            8. ในการซ้อมทำข้อสอบ ครั้งแรกๆ ให้เปิดสรุปเนื้อหาดูไปด้วยก็ได้ครับ เพราะว่าจะได้เป็นการเช็คว่าที่เราสรุปมานั้น ok รึเปล่า อาจจะสรุปยาวไปซึ่งจะสังเกตได้จากการที่เราเปิดหาตั้งนานกว่าจะเจอเนื่องจาก สรุปได้ไม่กระชับ หรือสั้นไปจนไม่ครอบคลุมนั่นคือหาไม่เจอเลย ส่วนเรื่องการจับเวลาก็เช่นกัน ตอนแรกๆก็หยวนๆ ทำเกินเวลาไปก่อนได้เลย

            9. พอทำข้อสอบเสร็จซักชุดสองชุด ก็ทำการปรับปรุงสรุปเนื้อหา เพราะว่ามันมีความสำคัญ คือในช่วงท้ายๆของการเตรียมตัวสอบ เราไม่ได้อ่านที่หนังสือ แต่อ่านที่สรุปเนื้อหา ทำการสรุปใหม่ให้กระชับและครอบคลุม จากนั้นทำข้อสอบต่อไป โดยทำข้อสอบไปก็เปิดดูสรุปเนื้อหาอันใหม่ไป จะสังเกตว่าเราจะใช้เวลาน้อยลงมากๆเพราะเปิดเจออย่างง่ายดาย

            10. ลดการพึ่งพิงสรุปเนื้อหาลงเรื่อยๆ พร้อมทั้งลดเวลาทำข้อสอบลง จนกระทั่งไม่ต้องใช้สรุปเนื้อหา และทำข้อสอบได้ตรงตามเวลาจริง เมื่อ condition ทั้งหมดเหมือนในห้องสอบแล้วก็ดู trick ข้อต่อไปได้เลยครับ

            11. ลองดูข้อนี้นะครับ อาจจะยาวหน่อยแต่ใช้ได้ผลดีเลยครับ สมมุติว่าข้อสอบเป็น Exam C มี 40 ข้อ ให้ทำข้อสอบ พอทำเสร็จแล้วให้เช็คคำตอบกับเฉลยแล้วแบ่งสิ่งที่เราตอบเป็น สามพวกคือ 1. ทำจนเจอ Choice และถูก (สมมุติว่ามี 24 ข้อ) 2. ทำจนเจอ Choice แต่ผิด (สมมุติว่า 6 ข้อ) 3.มั่ว ไม่สนว่าถูกหรือผิด (ก็คือที่เหลือ 10 ข้อ) แล้วให้เอา (พวก1)/(พวก1+พวก2) = (24)/(24+6) = 0.8 เลขนี้เรียกว่าอัตราส่วนการไม่โดนหลอก ลองทำข้อสอบดูหลายๆครั้งครับ จะสังเกตได้เลยว่า อัตราส่วนการไม่โดนหลอก สำหรับคนคนหนึ่งจะเป็นค่าที่ค่อนข้างจะคงที่ไม่ค่อยจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง และมันจะเข้าใกล้ 1.0 ก็ต่อเมื่อมีการทุ่มเทเวลาแบบไม่จำกัดในการทำและตรวจทาน(ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ ได้เลยอ่ะครับเมื่ออยในู่ห้องสอบ) คนส่วนใหญ่ที่เคยคุยด้วยมักจะอยู่ที่ 0.9 ซึ่ง 0.8 ที่คำนวณมานั้นเป็นตัวเลขจริงของผมเอง จากนั้นให้ไปดูว่าคะแนนผ่านของวิชานี้เป็นเท่าไรจากเว็บไซต์ของ SOA จะเป็นสถิติย้อนหลังให้หลายๆปี สมมุติว่า Exam C คะแนนผ่านอยู่ที่ 22 ผมก็จะต้องทำจนเจอ Choice อย่างต่ำ 22/0.8 = 28 ข้อ นี่เป็นเป้าหมายของผม ประโยชน์ของการวิเคราะห์ตรงนี้คือจะทำให้เราไม่เสียเวลา เราจะลดเวลาได้มหาศาลเลย คือตอนสอบจริงผมจะมีตัวเลข 28 ไว้ในใจ แล้วจะบวกเพิ่มนิดหน่อยเป็น 30 ซึ่งผมจะทำให้เจอ Choice ให้ได้ 30 ข้อโดยเร็วที่สุด โดยไม่ต้องประณีตมาก ไม่สนใจว่าจะโดนหรอกรึเปล่าเพราะถือว่าอัตราส่วนการโดนหลอกคงที่อยู่แล้ว เมื่อทำได้ 30 ข้อก็สบายใจละแล้วที่เหลือก็จะทำแบบไม่กดดัน

            12. ปรึกษาผู้ที่เคยสอบข้อสอบเดียวกันมาแล้วครับ วิธีนี้จะช่วยได้ค่อนข้างดีทีเดียวครับ เพราะว่าเค้ามักจะเข้าใจว่าปัญหาที่พบระหว่างการเตรียมตัวสอบและในห้องสอบ เป็นอย่างไร

            13. ก่อนสอบไม่ควรหักโหมอ่านหนังสือเลยครับ นอกจากจะทำให้รู้สึกจิตตกที่อ่านหนังสือไม่ทัน ยังทำให้สภาพร่างกายไม่พร้อมต่อการสอบด้วยครับ ทางที่ดีควรจะเก็บเล็กผสมน้อยอย่างต่อเนื่องครับ ก็คงต้องกลับไปที่การวางแผนอีกทีหนึ่งน่ะครับ

            14. ในช่วงสัปดาห์ก่อนถึงวันสอบจริง ควรจะตื่นนอนและเข้านอนให้ตรงเวลา จะได้ไม่เพลียตอนวันสอบจริง นอกจากนั้นควรออกกำลังกายเพื่อให้สดชื่นด้วย

            15. พอมาถึงวันสุดท้ายก่อนที่จะสอบ แนะนำให้อย่าเร่งอ่านหนังสือครับ ถ้าอยากจะอ่านก็อ่านแต่สรุปย่อ แล้วก็ทำใจให้สบาย มาออกกำลังกาย ฟังเพลง เล่นดนตรี เพราะเป้าหมายของเราคือต้องสบายใจ และต้องนอนให้หลับให้ได้! ไอเดียก็คือ อ่านหนังสือ 80% แต่ได้นอนเต็มที่ ดีกว่า อ่านหนังสือ 100% แต่นอนไม่ค่อยหลับ – สำหรับการสอบตอนบ่ายก็จะได้นอนเยอะหน่อย

            16. ตอนเช้าตื่นขึ้นมาต้องทานอาหารเช้าครับ ห้ามไม่กิน แล้วก็พวกน้ำเต้าหู้, ของหวาน วันสอบให้พยายามกินเยอะๆเลยครับ ถ้าใครไม่ค่อยกินของหวานเพราะกลัวฟันผุแล้วจะโดนแม่ดุ ให้หยวนๆ ซักวันครับพวกลูกอมหรือผลไม้หวานๆ มันจะช่วยเรื่องความคิดได้ น้ำเปล่าเตรียมติดไปด้วยก็ดีครับ และแนะนำอีกเช่นกันว่าก่อนสอบและในห้องสอบอย่ากินน้ำเย็น นอกจากทำให้รู้สึกหนาว แล้วยังทำให้เส้นเลือดรวมทั้งในสมองหดตัวทำให้คิดไม่ค่อยจะออก และอาจจะทำให้รู้สึกอยากเข้าห้องน้ำในเวลาสอบด้วยครับ

            17. เตรียมเสื้อหนาวไปด้วย เรามิอาจคาดเดาอุณหภูมิในห้องได้ แล้วก็พยายามไปให้ถึงที่สอบก่อนเวลาเพื่อจะได้นั่งทำความคุ้นเคยกับบรรยากาศ รอบตัว ก่อนสอบเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย

            18. สำหรับในห้องสอบควรแบ่งเวลาให้ดี อาจจะวางแผนว่าภายใน 1 ชั่วโมงแรกจะทำให้ได้เท่านั้นเท่านี้ข้อ นอกจากนั้นโดยประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าการเว้นข้อที่คิดไม่ออกไว้คิดทีหลังยังคงเป็นวิธีการที่ดีครับ (เพียงแต่อาจจะรู้สึกโหวงเหวงไปบ้างถ้าหากว่าเว้นมากเกินไป แหะๆ)

            19. เพื่อขยายความข้อที่แล้วนะครับ ชั่วโมงต้นๆเป็นชั่วโมงที่สำคัญมาก ควรทำจำนวนข้อให้ได้มากที่สุด สมมุติว่าข้อสอบมี 40 ข้อและมีเวลาสอบสี่ชั่วโมง ควรตั้งเป้าไว้เลยว่าสองชั่วโมงแรกต้องทำให้ได้อย่างน้อย 25 ข้อนั่นคือเกินครึ่ง โดยเลือกทำข้อที่เรารู้สึกว่าทำได้แน่ๆมาทำก่อน ถ้าเจอข้อที่ไม่คุ้นหรือไม่เห็นวิธีทำได้ง่ายๆ ให้กระโดดข้ามไปเลยครับแล้วเดี๋ยวค่อยมาเก็บ ถ้าสามารถทำได้จะทำให้ลดความกดดันในสองชั่วโมงหลังได้อย่างมากเพราะเหลือ จำนวนข้อน้อยแล้ว ในทางกลับกัน ถ้าสองชั่วโมงแรกทำได้ไม่ถึง 20 ข้อ สองชั่วโมงหลังจะรู้สึกลนลาน

            20. ตั้งรางวัลให้กับตนเอง เช่น วางแผนว่าถ้าหากว่าอ่านหนังสือครบหนึ่งบทจะเล่นเกมส์ 1 ชั่วโมง ถ้าหากว่าทำข้อสอบเก่าได้เกิน 80% จะซื้อขนมมาฉลอง เป็นต้น การให้รางวัลกับตัวเองบ้างจะช่วยเพิ่มกำลังใจในการฝ่าฟันอุปสรรคให้กับตัว เราต่อไปครับ

            เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับเทคนิคในการเตรียมตัวสอบข้อสอบ SOA ผู้เขียนหวังว่า 20 tips นี้คงจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อยนะครับ สำหรับในฉบับหน้า Exam corners ขอเสนอ FAP ซึ่งเป็นการสอบอีกขั้นหนึ่งของ SOA พบกันใหม่ฉบับหน้าครับ