โดย คุณพิเชฐ เจียรมณีทวีสิน์

           ความเสี่ยงอีกตัวที่ไม่ควรลืมคือ Liquidity risk โดยความเสี่ยงตัวนี้จะพูดถึงสภาพคล่องของสินทรัพย์ที่ลงทุนไป ใน กรณีที่สินทรัพย์ขาดสภาพคล่อง ถ้าเกิดอยากได้เงินสดเมื่อไร แล้วต้องเอาสินทรัพย์ไปขาย เราอาจจะต้องขายในราคาที่ ถูกเพื่อดึงดูดคนมาซื้อ หรือที่ร้ายไปกว่านั้นคือ ถูกยังไงก็ไม่มีคนกล้ามาซื้อ อันนี้อาจจะต้องโละราคาขายถูกกว่าครึ่งก็มี

5. Liquidity risk

           Liquidity คือ สภาพคล่องหรือความสามารถที่จะ เปลี่ยนสินทรัพย์ตัวที่ถืออยู่ให้เป็นเงินสดได้เร็วและ ไม่เสียมูลค่า (ใช้เวลาน้อย และ สูญเสียมูลค่าของตัว เงินน้อยที่สุด) ยังมีคำๆ นึงที่น่าสนใจคือ Marketability ซึ่งแปลว่า ความสามารถที่สามารถซื้อ ขาย securityได้ (ถ้ามีตลาดที่ Active ก็แสดงว่ามี marketability ที่ดี) ความหมายของคำว่า Marketability จึงคล้ายกับคำว่า Liquidity จะต่างกันก็ตรงที่ว่า Liquidity จะเน้นถึง มูลค่า (Value) ที่ไม่ได้สูญหายไป (จากการที่ต้องเลขายในราคาถูกเพื่อให้มีคนซื้อ)

           Liquid market ก็คือตลาดที่พร้อมที่จะมีคนซื้อและ คนขายทุกเวลา ส่วนตลาดที่มี deeply liquidity ก็คือ

           ตลาดที่มีคนซื้อและคนขายในปริมาณที่สูงมาก ซึ่งจะ สังเกตได้ว่า Treasury bonds (พันธบัตรรัฐบาล) จะมี liquidity สูงกว่า corporate bond หรือ debenture (หุ้นกู้)

           บริษัทหลายบริษัท (รวมทั้งบริษัทประกันชีวิต) ที่เคย เห็นว่าประสบภาวะล้มละลายก็เนื่องมาจาก Liquidity นั่นเอง เนื่องจากสินทรัพย์ที่ถืออยู่ไม่สามารถนำมา ขายในตลาดเพื่อเอามาชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ได้ทัน (เลย ถูกฟ้องล้มละลาย) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเรื่องก็เริ่มมาจาก การที่

  1. ขาดสภาพคล่องเล็กน้อย หรือบริษัทเกิด ภาวะขาดทุน หรือ ไม่มีเงินทุน (Capital) หรือ เกิดการทุจริตในบริษัทกันขึ้น
  2. นักจัดอันดับการลงทุนลดลำดับลง คนใน ตลาดเริ่มขาดความเชื่อมั่นกับบริษัท ซึ่งทำ ให้ชื่อเสียงบริษัทเริ่มหดหาย แล้วต่อมา
  3. คนเริ่มแห่กันถอนเงินจากบริษัท บริษัท เริ่มขาดสภาพคล่องมากขึ้น แถมมีภาระต้อง ชำระหนี้อีก นักจัดอันดับการลงทุนก็ลด ลำดับลงไปอีก (เรียกว่าเกิด Spiral effect ภาษาพื้นๆ เรียกว่า โดน 2 เด้ง หรือ เด้งแล้ว เด้งอีก)
  4. บริษัทหาทางขาย แต่คราวนี้ไม่มีใครกล้า ซื้อ จึงทำให้ต้องขายราคาที่ถูกมากกว่าที่ควร จะเป็นทีละนิด
  5. สุดท้ายถ้าแก้ไขสถานการณ์ไม่ได้ ก็มี สิทธิ์ที่ถูกฟ้องล้มละลายไป

           LTCM ( ตั้งขึ้นโดยคนได้รับรางวัลโนเบล) ก็เคย ประสบปัญหาในเรื่อง Liquidity เหมือนกันแล้วก็ต้อง ขายกิจการไป เนื่องจากถือพันธบัตรของรัฐเซีย แล้ว ตอนนั้นพันธบัตรเกิด default ขึ้นมา ซึ่งก็เป็นตัวจุด ประกายให้ LTCM เริ่มขาดสภาพคล่อง คนที่รู้ข่าวไม่ ดี เริ่มกลัวก็เริ่มถอนเงินออกไป สุดท้ายก็ขอสรุปสั้นๆ ว่า พอปัญหามันเกิดอย่างคาดไม่ถึง ทุกๆ อย่างก็ทับ ถมประดังกันเข้ามาพร้อมๆ กันจนบริษัทล้มครืนลง ในปี ค.ศ.1998 บริษัทได้สูญเสียเงิน 4.6 ล้านล้านดอล ล่าร์ภายในระยะเวลา 4 เดือนเท่านั้น (ไว้จะเขียนเรื่อง เต็มเมื่อมีเวลาครับ)

           Liquidity: The ability of an asset to be converted into cash quickly and without any price discount.

           Marketability: A measure of the ability of a security to be bought and sold. If there is an active marketplace for a security, it has good marketability. Marketability is similar to liquidity, except that liquidity implies that the value of the security is preserved, whereas marketability simply indicates that the security can be bought and sold easily.