โดยคุณอิฎฐ์ อภิรัตติวงศ์

     มาตรฐานการบัญชีสากลหรือที่เราเรียกกันติดปากว่า IFRS (“International Financial Reporting Standard”) เริ่มมีบริษัทหลายบริษัทในทุกวงการธุรกิจให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เหตุผลหลักประการหนึ่งคือ มาตรฐานการบัญชีไทย (Thai Accounting Standard “TAS”) จะมีการเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับ IFRS โดย ณ ปัจจุบัน บริษัทมหาชน 50 อันดับแรกที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะต้องใช้ มาตรฐานการบัญชีสากล ภายในเร็ววันนี้ ส่วนบริษัทอื่นๆนั้นยังไม่ได้มีข้อบังคับใช้ที่ชัดเจน

     IAS 19 เป็นส่วนหนึ่งของ IFRS ที่พูดถึงการคำนวณหนี้สิน ที่เกิดขึ้นจากการให้ผลประโยชน์แก่พนักงาน การเปิดเผยข้อมูล และการทำบัญชีหนี้สินที่เกิดขึ้นจากการให้ผลประโยชน์แก่พนักงาน ส่วนการทำบัญชีของผลประโยชน์แก่พนักงานเมื่อเกษียณ ดังกล่าวจะไปรวมอยู่ใน IAS 26

IAS 19 ได้มีการจัดชนิดของการให้ผลประโยชน์แก่พนักงานเป็น 4 ชนิด ได้แก่

  1. Short Term Employee Benefits เช่น เงินเดือน โบนัส เบี้ยเลี้ยง
  2. Post-Employment Benefits เช่น Defined Benefit or Defined Contribution scheme
  3. Other Long Term Employee Benefits
  4. Termination Benefits เช่น การจ่ายเงินค่าชดเชยตามกฎหมาย ในกรณีเลิกจ้าง (Legal Severance Payment “LSP”)

     ในประเทศไทย Actuary จะมีบทบาทสำคัญในการคำนวณ หนี้สินของผลประโยชน์ ตาม Defined Benefit Plan และ LSP ด้วยเหตุที่ว่า ผลประโยชน์เหล่านี้ เป็นผลประโยชน์ระยะยาว การคำนวณหนี้สิ้นโดยใช้วิธีการทางบัญชีไม่สามารถรองรับลักษณะของผลประโยชน์เหล่านี้ได้

     การคำนวณมูลค่าหนี้สินตามหลักของ Actuary ก็มีหลายวิธี International Accounting Standard Board ควรคิดได้ว่า การคำนวณมูลค่าหนี้สิน ควรจะตั้งให้ใช้แค่วิธีเดียว นั้นคือ วิธี Projected Unit Credit Method (“PUC”) เหตุผลสำคัญที่ IASB เลือกใช้วิธีนี้เพราะ PUC มีการเฉลี่ยมูลค่าหนี้สินเป็นเส้นตรงตามระยะเวลาการทำงานของพนักงานแต่ละราย

Projected Unit Credit Method คืออะไร?

     หลังจากที่ Actuary ได้รับข้อมูลดิบจากบริษัท Actuary ก็จะช่วยช่วยผู้บริหารของแต่ละบริษัทในการตั้ง Assumptions ที่สำคัญได้แก่

  1. Mortality Assumptions
  2. Employee Turnover Assumptions
  3. Discount Rate Assumptions
  4. Salary Increase Assumptions

     Etc

     ภายใต้ IAS 19 ผู้บริหารของแต่ละบริษัทมีหน้าที่รับผิดชอบในการตั้ง Assumptions ซึ่งอาจจะได้รับความช่วยเหลือจาก Actuary ได้ Actuary จะเริ่มสร้าง model ตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัยโดยใช้วิธีการตั้งหนี้สินตามหลัก Projected Unit Credit Method

     ถ้าลองดูตัวอย่างง่ายๆ

     นาย Tommy (ของยืมชื่อหน่อย) ทำงานให้บริษัท ABC เป็นระยะเวลา 10 ปี ขณะนี้ นาย Tommy อายุ 30 ปี จะเกษียณอายุในอีก 30 ปี หรือตอนที่นาย Tommy อายุ 60 ปี

     ลองสมมุติว่า นาย Tommy มีอัตราการมีชีวิตรอดอยู่ถึงเกษียณเท่ากับ 90% (30P30 = 90%)

     หลังจากหักความน่าจะเป็นที่นาย Tommy จะอยู่ต่อในบริษัท ABC จนถึงเกษียณ จะเท่ากับ 80% (30P30 x 30W10 = 80%) (w = ความน่าจะเป็นที่พนักงานจะอยู่กับบริษัท) สมมุติต่อว่าอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 5% ต่อปี บริษัท ABC มีนโยบายในการให้เงินบำเหน็จกับพนักงานตอนเกษียณ เป็นเงิน 100,000 บาท

     ขั้นตอนที่ 1 การหาค่า Actuarial Present Value ของหนี้สิน

     = (100,000 x 80%) / (1.05)30
= 18,510 บาท

     ขั้นตอนที่ 2 การหาหนี้สินตามหลัก Projected Credit Unit Method

     = 18,510 x (10 / (10+30))
= 4,628 บาท

     ข้างต้นนี้ก็จะเป็นตัวอย่างง่ายๆนะครับ


การจ่ายเงินค่าชดเชยตามกฎหมาย ในกรณีเลิกจ้าง

     ในประเทศไทย การจ่ายเงินค่าชดเชยตามกฎหมาย ในกรณีเลิกจ้าง (“LSP”) จะเป็นผลประโยชน์ชนิดหนึ่งที่จะทำให้บริษัทจะต้องตั้งหนี้สินทางการบัญชีที่มากขึ้น ซึ่งผลประโยชน์ชนิดนี้จะมีผลกระทบทุกๆบริษัทในประเทศ เพราะว่าด้วยกฎหมาย บริษัทจะต้องชดเชยให้พนักงานที่บริษัทเลิกจ้างโดยไม่มีข้อยกเว้น หนี้สิน LSP จะถูกจัดให้เป็น Post-Employment Benefits เพราะว่าเมื่อพนักงานเกษียณ บริษัทก็ต้องจ่ายเงินทดแทนส่วนนี้ซึ่งในหลายๆประเทศ LSP จะถูกจ่ายต่อเมื่อพนักงานถูกเลิกจ้างเท่านั้นซึ่งจะไม่รวมถึงการเกษียณ เพราะฉะนั้น LSP ในบางประเทศจะถูกจัดให้เป็น Termination Benefits เท่านั้น

     ขณะนี้หลายๆบริษัทได้เริ่มมีการคำนวณหนี้สินที่เกิดจาก LSP และพบว่า หนี้สินส่วนนี้มีมูลค่าที่ไม่น้อยเลยทีเดียว เลยมีหลายความเห็นที่ต่างคิดว่าการดำเนินการใช้ IAS 19 ในประเทศไทย จะมีผลกระทบมากกว่าในประเทศอื่นๆ

     หลายๆท่านผู้อ่านก็คงทำงานอยู่ในวงการประกันด้วยกัน ก็คงขอฝากไว้เพื่อให้ไปศึกษาต่อ เพราะในอีกไม่ช้า บริษัทประกันเองก็ต้องใช้มาตรฐานการบัญชีตามสากล และคงหนีไม่พ้นที่ Actuary จะมีบทบาทหน้าในการคำนวณมูลค่าหนี้สินตามหลักของ IAS 19 ต่อไป

www.iasb.org

www.pwc.com/th/en/leading-the-way-2008/accounting-for-employee-benefits-under-ifrs.jhtml