สวัสดีค่ะ Interview an Actuary ฉบับนี้ มีบทสัมภาษณ์ของคุณอมรทิพย์ จันทร์ศรีชวาลา นายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย (SOAT) เกี่ยวกับอาชีพ Actuary ในประเทศไทย ณ ขณะนี้และอนาคต นั้นจะมีแนวทางเป็นอย่างไร

บทบาท Actuary ในวงการประกันภัย

            การนำทักษะความรู้ด้านคณิตศาสตร์ประกันภัยมาใช้นั้นเป็นกุญแจที่สำคัญในการดำเนินงาน การตลาด และการดูแลตรวจตราในธุรกิจประกันภัย ทักษะของ Actuary จะนำไปใช้ในการประเมินความเสี่ยง กำหนดเบี้ยประกัน และสร้างสัญญาเงื่อนไขทั้งในประกันชีวิตและวินาศภัย ซึ่งทักษะนี้จะรวมไปถึงความน่าจะเป็นของความเสี่ยงที่อยู่ในการประกันภัย เช่น อัตราการตาย อัตราการป่วย ความถี่และความรุงแรงของการเคลม รวมไปถึงทักษะการใช้สถิติ การตีกลับค่าของกระแสเงินสด ความเข้าใจใน Derivatives Volatility และ Adverse deviation หลังจากที่นำทักษะทั้งหลายเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้แล้วก็จะสามารถที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการนำเสนอคำแนะนำแก่ฝ่ายบริหารเพื่อไปใช้ในการตัดสินใจได้

 

หน้าที่ความรับผิดชอบของ Actuary ในวงการประกันภัยของประเทศไทย

            ระบบการจัดการในประเทศไทยทำให้บทบาทของ Actuary มีการกล่าวถึงทั้งในประกันชีวิตและวินาศภัยโดยมีหน้าที่ในการประเมินค่าของ Liabilities ซึ่ง Valuation methods สมมติฐาน รายงาน และเอกสารรับรองต่างๆนั้นก็จะเป็นไปตามกฎเกนฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (OIC) นอกจากนี้คุณสมบัติของ Actuary ก็ยังได้มีกล่าวถึงทั้งในพระราชบัญญัติการประกันภัยและกฎเกณฑ์ข้อบังคับของ OIC โดยประกันวินาศภัยได้มีการกำหนดหน้าที่ของ Actuary ในการรับรอง Loss reserves เป็นครั้งแรก เมื่อ 31 ธันวาคม 2008

ความคาดหวังกับการพัฒนาในช่วงเวลาอันใกล้นี้

            ในตลาดประกันขณะนี้ได้ลดกฎเกณฑ์ต่างๆลงไปและจากการที่เราจะนำ Risk based capital และ Risk based supervision มาใช้ภายในปี 2011 รวมไปถึงการนำ IFRS เข้ามา สิ่งเหล่านี้ทำให้ความต้องการActuary ที่มีคุณภาพนั้นอยู่ในระดับที่สูงจึงจำเป็นจะต้องมีการสนับสนุนที่รวดเร็ว Actuary จะต้องมีบทบาทให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมั่นคงโดยการประเมินจากสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วของ Liabilities ตามวิธีการที่ถูกกำหนดขึ้นมา และการกำหนดค่า Fair value ของ Liabilities รวมไปถึงการควบคุมความเหมาะสมของทั้ง Asset และ Liabilities นอกจากนี้ยังมีหน้าที่นำเสนอรายงานเกี่ยวกับความคิดเห็นที่เป็นการมองไปข้างหน้าโดยจะเน้นการทดสอบซีนาริโอ้ต่างๆ ของสถานการณ์การเงินในบริษัททั้งปัจจุบันและอนาคตต่อคณะกรรมการของบริษัท รวมทั้งเป็นกุญแจสำคัญในการระบุความเสี่ยงซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้การดำเนินงานไปได้ด้วยดี และ Actuary ยังจะต้องมีหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบในส่วน Front-line ด้วยเพื่อลดระดับความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งการควบคุมที่เหมาะสมและถูกต้องเป็นงานที่สำคัญที่ Actuary พึงปฏิบัติ

กฎระเบียบข้อบังคับในปัจจุบันที่เกี่ยวกับ Actuary และการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ปฏิบัติกันมาก่อนหน้านี้

            มาตราที่ 83/3 ของพระราชบัญญัติประกันชีวิต 2551 และมาตราที่ 78/3 ของพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย 2551 นั้นได้กำหนดคุณสมบัติของ Actuary นั้นเป็นข้อใดข้อหนึ่งในทั้ง 2 ข้อดังนี้

            1. สำเร็จการศึกษาทางคณิตศาสตร์ประกันภัยตามหลักสูตรหรือวิชาที่นายทะเบียนประกาศกำหนดจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองและปฏิบัติงานด้านคณิตศาสตร์ประกันภัยหรือทางสถิติที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยที่นายทะเบียนประกาศกำหนดมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ

            2. เป็นสมาชิกระดับ Fellow ของสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยที่นายทะเบียนประกาศกำหนด

            แต่ทว่าคุณสมบัติของ Actuary ตามข้อที่ 1 นั้นคาดว่าจะไม่นำมาใช้ในระยะยาว คือตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นไปจะใช้คุณสมบัติของการเป็น Fellow เพียงอย่างเดียว

            ในเดือนพฤษภาคม 2008 OICได้ออกระเบียบข้อบังคับในเรื่องการศึกษา ประสบการณ์ และการเป็นสมาชิกของสมาคมคณิตศาสตร์สำหรับการรับรอง Actuary ที่เป็นผู้รับรองในประกันชีวิตตามข้อบังคับเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติอย่างครบถ้วน โดยข้อ 5 ของระเบียบข้อบังคับของ OIC ได้ระบุไว้ว่า Fellow ของสมาคมนักคณิตศาสตร์แห่งประเทศไทย (SOAT) นั้นมีคุณสมบัติเพียงพอตามข้อกำหนดของ Actuary และการเป็น Fellow ของ SOAT ถือว่าเป็นการยอมรับโดยนัยของสมาคมคณิตศาสตร์ 6 องค์กรผ่านทางSOAT ซึ่งเงื่อนไขข้อกำหนดดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญในการโปรโมต SOAT ในฐานะของสมาคมคณิตศาสตร์สากลและยังเป็นการเพิ่มการร่วมมือกับ Actuary ที่มีความเชี่ยวชาญในการที่จะพัฒนา Actuary ที่มีอยู่ในขณะนี้

            ข้อบังคับในเรื่องของวิชาที่เรียนและปริญญาจะเป็นไปตามข้อที่ 1 และจะเหมือนกันทั้งประกันชีวิตและวินาศภัย แต่จะแตกต่างกันในเรื่องของประสบการณ์ทำงาน ในประกันชีวิตนั้นจะต้องมีประสบการณ์ทำงานด้านงานคณิตศาสตร์ประกันภัยโดยตรง ส่วนประกันวินาศภัยต้องมีประสบการณ์การทำงาน 5 ปีซึ่งเกี่ยวกับการประกันภัยหรือทางสถิติ

            แต่เนื่องจากในบริษัทประกันวินาศภัยนั้นไม่เคยมี Actuary มาก่อนซึ่งจำนวนบริษัทประกันวินาศภัยในขณะนี้มีอยู่ประมาณ 70 บริษัท ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีบุคคลากรที่มีประสบการณ์ด้านคณิตศาสตร์ประกันภัยเข้าไปรับรอง Loss reserves ดังนั้นจึงมีการเปิดประตูให้กับผู้เชี่ยวชาญทางด้านสถิติที่มีความรู้ทางด้านวิชาการและประสบการณ์ทางประกันภัย หรือ Actuary ที่มีความรู้ความสามารถพอที่จะทำงานตรงนี้ได้ หรือนักสถิติที่ปัจจุบันทำงานอยู่ในธุรกิจประกันวินาศภัยแต่ไม่ใช่ Actuary ซึ่งอาจจะไม่มีประสบการณ์ใน Loss reservingหรือคิดอัตราเบี้ยมาทำงานนี้

            ทว่าก็มีการคาดคะเนว่ากฎระเบียบดังกล่าวอาจจะเป็นแค่ช่วงสั้นๆ เพราะส่วนหนึ่งของกรอบ RBC นั้น หน้าที่ ความรับผิดชอบ และคุณสมบัติของ Actuary จำเป็นจะต้องเป็นที่ไว้วางใจได้ในทักษะทางคณิตศาสตร์ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในการตัดสินใจทั้งในธุรกิจประกันชีวิตและวินาศภัย

            “ฉบับนี้เราได้ทราบถึงบทบาทของ Actuary ต่อธุรกิจประกันภัยในประเทศไทยรวมถึงคุณสมบัติตามกฎหมายที่ Actuary พึงจะต้องมี ไว้โอกาสหน้าเราจะมาคุยกันต่อกับคุณอมรทิพย์ว่าทาง SOAT ได้วางแผนงานและดำเนินงานในการยกระดับและพัฒนาบุคลากร Actuary ภายในประเทศเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของสภาวะตลาดในประเทศไทยว่าจะมีแนวทางเป็นอย่างไร”


CHALLENGES TO THE THAI ACTUARIAL PROFESSION

USE OF ACTUARIES IN INSURANCE

          The application of actuarial expertise is a key component in the operation of insurers, insurance markets and insurance supervisory authorities. Actuarial skills are used to assess risk, determine the adequacy of premiums (tariffs) and establish technical provisions for both life and non-life insurance. These skills include a detailed understanding of the probabilities of insurance risks, (e.g., mortality, morbidity, claim frequencies and severities), the use of statistical models, the use of discounted cash flows, understanding and assessment of the use of derivatives and an understanding of volatility and adverse deviation. After appropriately applying these skills, actuaries provide advice and, where members of management, participate in decision-making.

RESPONSIBLE ACTUARY SYSTEM IN THAILAND

          Under the Thai system, the responsibilities of the actuary are spelled out in the Life Insurance Act and the Non-life Insurance Act and are limited to the evaluation of the technical insurance liabilities. Details of valuation methods, assumptions, reports and certifications are mandated by OIC regulations.   The qualification of the “responsible actuary” is also spelled out in the insurance act and related OIC regulation.  The requirement for the responsible actuary to certify non-life loss reserves will be used for the first time to certify loss reserves at December 31, 2008.  

EXPECTED NEAR TERM DEVELOPMENTS

          As the Thai insurance market is deregulated and as we move to the risk based capital and risk based supervision regimes in 2011 and to adopting IFRS there are significant additional demands on the actuarial profession necessitating high levels of actuarial education and professionalism.  This requires the active support and involvement of a professional actuarial association. The role of the actuary will progress steadily away from the historic evaluation of the liabilities under a prescribed method, to determining fair value of liabilities and expanded to include the monitoring the adequacy of assets to meet the liabilities on a continuous basis.

          This expanded role includes providing forward-looking report to the Boards of Directors on stress and scenario testing of a firm’s current and future financial condition and playing a key role in the identification of risk and its successful management. The responsible actuary acts as an additional front-line control, which makes it possible to reduce the degree of direct supervisory oversight, replacing it with a degree of oversight of the fitness and propriety of the actuary and the effectiveness of the functioning of the actuary in the required role.

          A detailed body of professional guidance issued and enforced by the local professional body (either in conjunction with the regulator or under the leadership of the regulator) will be needed to support these requirements.

CURRENT REGULATORY ENVIRONMENT RELATING TO ACTUARIES AND ANTICIPATED CHANGES

          Article 83/3 of the Life Insurance Act 2551 and Article 78/3 of the Non-life Insurance Act 2551 requires actuaries to have one of the following qualifications:

          1. Completed actuarial science or comparable education with syllabus or courses specified by the insurance regulator, from an education institution recognized by the Ministry of Education and must have experience in actuarial work or statistics relating to insurance of no less than 5 years.   OR

          2. Be a Fellow of the Actuarial Association that is approved by the OIC. 

          From 2016 onwards, qualifying through clause 1 (for life insurance) will no longer be permitted thereby requiring all to be a qualified Fellow.   There is no such requirement for non-life and actuaries do not have to be qualified fellows.  Also, a section in the non-life insurance act has been interpreted to permit directors who previously signed the accounts of the company to act in the capacity of the responsible actuary who signs loss reserves for another 8 years. 

          In May 2008, the OIC issued regulation on education, experience and membership of actuarial association for actuaries certifying life insurance policyholder obligations to provide further details to complete the requirements of the Act. 

          In Item 5 of this regulation, the OIC recognizes Fellows of the Society of Actuaries of Thailand as qualified actuaries for this purpose, implicitly approving Fellows of the 6 Recognized Actuarial Associations recognized by the SOAT.  

          This stipulation indirectly recognizes the importance of promoting the SOAT as the professional actuarial association and increasing the participation by qualified actuaries in the professional body in order to develop a responsible actuary system.

          This regulation spells out the courses and degree requirements for those complying under clause 1 of the Act.  This requirement is same for life and non-life. There is however a difference in experience requirements. 

          While for life insurance there is a requirement for direct experience in life actuarial work, for non-life the experience requirement is quite liberal permitting 5 years or indirect but related experience in insurance or statistics due to consideration that there have never been any actuarial requirements for non-life companies and that there are about 70 non-life companies and it would not be easy to get people with relevant actuarial experience to certify loss reserves.

          This opens the door to statistics professors with academic knowledge and insurance experience, or actuaries with other specialization who may have sufficient knowledge for this purpose; or statisticians who currently work in non-life industry but are not actuaries or may not have experience in loss reserving or ratemaking to do the job. 

          It is anticipated that this regulation may be short-lived.  As part of the introduction of the RBC framework, the role, responsibilities and qualification of the responsible actuary will need to heavier reliance on actuarial skills, experience and professional judgement for both life and non-life business.